รวมข้อมูล ข่าว หรือบทความเกี่ยวกับธุรกิจ เทคโนโลยี ข้อมูลเพื่อการทำธุรกิจ เอสเอ็มอี ข่าวสินเชื่อ SME เพื่อคนทำธุรกิจ เอสเอ็มอี เครื่องมือในการสร้างอาชีพหารายได้เสริม แฟรนไชส์ ได้ที่ ThaiSmartSme.com

สังเกตอย่างไรว่า เป็นโรคซึมเศร้าหรือแค่ความเครียด

0 193

ความกดดันทางอารมณ์จากสิ่งกระทบต่างๆ ที่เรามักคุ้นเคยในคำนิยามสั้นๆ ว่า ‘เครียด’ ซึ่งส่งผลต่อสภาพอารมณ์และจิตใจในรูปแบบที่แตกต่างกัน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับพื้นฐานจิตใจ และพื้นฐานสติปัญญา การไตร่ตรองปัญหาและแก้ไข หรือแม้แต่ปล่อยวาง ซึ่งถือเป็นบททดสอบวุฒิภาวะอย่างหนึ่ง แต่…เขียนให้อ่านหรือบอกให้ทำนะมันง่าย แต่จะมีใครบ้างที่ทำได้จริง และไม่เคยเครียดเลย  แต่ระดับความเครียด ผลกระทบทางอารมณ์และจิตใจ เมื่อผ่านการเคี่ยวกรำมาสักพัก สิ่งนี้จะเกิดรูปแบบบุคลิกและใหม่ หรือประเภทที่เรียกว่าคนสองบุคลิก หรือบางทีก็อาจเลยเถิดไปเป็น โรคซึมเศร้า ความผิดปกติของสมอง ที่มีผลกระทบต่อความนึกคิด อารมณ์ ความรู้สึก พฤติกรรมและสุขภาพกาย แต่คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าโรคซึมเศร้า เป็นผลมาจากความผิดปกติของจิตใจ สามารถแก้ไขให้หายได้ด้วยตนเอง ในความจริงแล้ว โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่เกิดจากความไม่สมดุลของสารสื่อประสาท 3 ชนิด คือ ซีโรโตนิน นอร์เอปิเนฟริน และโดปามีน

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 

ที่สำคัญ ความเครียดกับโรคซึมเศร้า มันต่างกันนะ ต้องแยกให้ออกว่าเราอยู่ระดับไหน เรามีวิธีสังเกตว่าคุณกำลัง “เครียด” ซึ่งตามหลักสุขภาพสากลแล้ว “ความเครียด” มีด้วยกัน 2 แบบ

1.Acute Stress หรือ ความเครียดที่เกิดขึ้นทันทีและร่างกายก็ตอบสนองต่อความเครียดนั้นทันที โดยมีการหลั่งฮอร์โมนความเครียด เมื่อความเครียดหายไป ร่างกายก็จะกลับสู่ปกติเหมือนเดิม ฮอร์โมนก็จะกลับสู่ปกติ ความเครียดประเภทนี้ เช่น เครียดเพราะงานเร่ง แต่พอทำงานเสร็จความเครียดก็หายไป

ความเครียดประเภทนี้ถึงจะไม่ส่งผลดีต่อความรู้สึก แต่ส่งผลดีต่อสุขภาพค่ะ เพราะร่างกายได้รับการกระตุ้น มีการหลังสารอะดรีนาลีน (Adrenaline) ให้กล้ามเนื้อได้ตื่นตัว

2.Chronic Stress หรือ ความเครียดเรื้อรัง เป็นความเครียดที่เกิดขึ้นทุกวัน และร่างกายไม่สามารถตอบสนองหรือแสดงออกต่อความเครียดนั้น ซึ่งเมื่อนานวันเข้าความเครียดนั้นก็จะสะสมเป็นความเครียดเรื้อรัง เช่น คนที่ต้องอยู่ในภาวะกดดันเป็นเวลานานนับเดือน คุณแม่ลูกอ่อนที่อดหลับอดนอนเลี้ยงลูก คนที่ตกงานและยังหางานใหม่ไม่ได้ คู่รักที่ทะเลาะกันรุนแรงทุกวันติดต่อกันเป็นเวลานาน

ความเครียดประเภทหลังนี่เองที่ก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หัวใจเต้นเร็ว แน่นท้อง มือเท้าเย็น และหากยังไม่สามารถจัดการความเครียดเรื้อรังได้ ก็จะทำให้กลายเป็นโรคทางจิตเวชอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า (Major Depressive) โรคย้ำคิดย้ำทำ (obsessive-compulsive disorder ; OCD) โรควิตกกังวล (Anxiety disorder)

 

วิธีสังเกต

1.อาการแสดงออกทางร่างกาย คือ มึนงง ปวดกล้ามเนื้อ กัดฟัน ปวดศีรษะ แน่นท้อง เบื่ออาหาร นอนหลับยาก หัวใจเต้นเร็ว หูอื้อ มือเย็น อ่อนเพลีย ท้องร่วง ท้องผูก จุกท้อง มึนงง เสียงดังในหู คลื่นไส้อาเจียน หายใจไม่อิ่ม ปวดท้อง

2.อาการแสดงออกทางด้านจิตใจ คือ กังวลไปทุกสิ่ง ตัดสินใจไม่ดี ขี้ลืม สมาธิสั้น ไม่มีความคิดริเริ่ม ความจำไม่ดี ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้

3.อาการแสดงออกทางด้านอารมณ์ คือ โกรธง่าย วิตกกังวล ร้องไห้ ซึมเศร้า ท้อแท้ หงุดหงิด ซึมเศร้า มองโลกในแง่ร้าย นอนไม่หลับ กัดเล็บหรือดึงผมตัวเอง

4.อาการแสดงทางพฤติกรรม คือ รับประทานอาหารมากขึ้นหรือน้อยลง แยกตัวจากผู้อื่น อ่อนแรง ไม่อยากจะทำอะไร มีปัญหาเรื่องการนอน ไม่มีความสุขกับชีวิต

โรคซึมเศร้า

อาการโรคซึมเศร้า สามารถสังเกตคร่าวได้ดังนี้

1.มีอารมณ์ซึมเศร้า เห็นอะไรก็หม่นหมอง ไม่มีความสุขเหมือนเคย หรือบางคนอาจมีอารมณ์หงุดหงิด ก้าวร้าว ใครพูดอะไรก็ไม่ถูกหู ไม่ถูกใจ ขวางหูขวางตาไปเสียหมด และที่สำคัญการควบคุมอารมณ์แย่ลงอย่างมาก

2.ขาดความสนใจ ความชอบในกิจกรรมต่าง ๆ ที่เคยทำ จากที่เคยชอบอะไรบางอย่าง หรือทำอะไรบางอย่างได้นาน กลับกลายเป็นเบื่อ ไม่อยากทำ ไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะทำ หรือปิดกั้นตัวเองจากคนรอบข้าง อารมณ์แบบอยากอยู่เงียบๆคนเดียว

3.เบื่ออาหารหรือเจริญอาหารมากขึ้น น้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นมาก อะไรที่เคยชอบก็ไม่ชอบ กินอะไรไม่ลง ไม่มีความอยากอาหาร หรือในบางคนกลับกินหนักกว่าเดิม ยิ่งมีอะไรมากระทบความรู้สึกยิ่งกิน ยิ่งรู้สึกแย่ยิ่งกิน

4.นอนไม่หลับ หรือนอนนานกว่าปกติ อาการนี้เป็นผลมาจากการหลั่งสารเซโรโทนิน (serotonin) ในสมองผิดปกติ ซึ่งสารตัวนี้จะควบคุมการนอนค่ะ ดังนั้นคนที่ป่วยเป็น “โรคซึมเศร้า” จึงมีการนอนที่ผิดปกติ คือ ไม่นอนหลับข้ามวันข้ามคืนไปเลย ก็ไม่นอนเลย แต่การไม่นอนสำหรับคนที่เป็นโรคซึมเศร้า ไม่ใช่ตาตื่นเพราะความตื่นเต้น แต่เป็นการคิดมากจนไม่หลับไม่นอน ร้องไห้จนนอนไม่ได้

5.เคลื่อนไหวหรือพูดจาช้ากว่าปกติ รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยตลอดเวลา ทำอะไรก็ไม่มีแรง นอนนานแค่ไหนก็รู้สึกไม่สดชื่น เพลียตลอดเวลา

6.มองโลกในแง่ร้าย รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า โดดเดี่ยว และมีความรู้สึกผิด มักโทษตัวเองอยู่เสมอ มีความคิดวนเวียนอยู่แต่กับความผิดพลาดของตัวเอง แม้จะผิดเรื่องเล็กน้อยแต่ขยายให้เป็นเรื่องใหญ่ได้

7.ไม่มีสมาธิ ความจำแย่ลง และขาดการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ แม้เรื่องนั้นจะเป็นเรื่องง่ายๆ ก็ตาม

8.มีความสนใจเรื่องเพศลดลงหรือมากขึ้น คือ ถ้าไม่ด้านชาไปเลย ก็หมกหมุ่นไปเลย

9.เจ็บปวดตามร่างกายโดยไม่ทราบสาเหตุ มีอาการป่วยแบบหาสาเหตุไม่ได้ และมักจะตามมาด้วยการช็อปปิ้งหมอ คือ ตรวจไปเลย เจ็บตรงไหน ปวดตรงไหนก็ไปตรวจตรงนั้น แล้วก็หาสาเหตุไม่ได้ แต่ก็ยังคงกังวลกับอาการป่วยอยู่ตลอดเวลา

10.มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง

อย่างที่กล่าวในข้างต้น โรถซึมเศร้าเป็นความผิดปกติของระบบประสาทซึ่งโรคนี้หายเองไม่ได้ แต่อยู่ๆก็เกิดขึ้นเองกะทันหันไม่ได้เช่นกัน ดังนั้น ต้องแยกแยะว่าแค่เครียด หรือซึมเศร้า หรือจริงๆ แค่จิตตกไปนิดหน่อย ทำใจให้เข็มแข็ง รับได้ทุกบททดสอบ แพ้ได้ก็ย่อมชนะได้ ผิดหวังได้ก็อาจจะสมหวังได้เช่นกัน ทุกอย่างมีมากกว่า 2 ด้านอยู่ที่คุณจะใช้ตามอง หรือใช้ใจดู

อ้างอิง : https://www.istrong.co/service

3 โรคที่ผู้หญิงที่ความเสี่ยงมากกว่าผู้ชาย

รู้ทันอาการเมารถ ให้ทุกการเดินทางมีแต่เรื่องสนุก

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

The post สังเกตอย่างไรว่า เป็นโรคซึมเศร้าหรือแค่ความเครียด appeared first on Bangkok Bank SME.

Facebook Comments